Get Adobe Flash player

ความหมายของศีล

ความหมายของศีล

ถามว่า : ศีลหมายถึงอะไร ?

ตอบว่า : คำว่าศีลมาจากคำว่า สีลนะ (มูลราก) กล่าวคือพฤติกรรมที่ถูกควบคุมอย่างดี หมายถึง
      (๑)       ความที่กรรมต่าง ๆ มีกายกรรม เป็นต้น ไม่กระจัดกระจ่ายเพราะมีระเบียบ

      (๒)       ความเป็นที่รองรับ หรือเป็นที่ตั้งอาศัยแห่งกุศลธรรมทั้งหลาย

อาจารย์ผู้รู้ลักษณะแห่งศัพท์ ย่อมเห็นชอบในความหมาย ๒ อย่างนี้เท่านั้น ส่วนอาจารย์อื่น ๆ อธิบายความหมาย สีล ศัพท์นี้ไว้ ด้วยคำว่า สิริ สีระ สีตละ และสิวะ เป็นต้น

ลักษณะของศีล

ถามว่า :    อะไรเป็นลักษณะของศีล ?

ตอบว่า :   สีลนะ (ความเป็นมูลราก) เป็นลักษณะของศีลโดยตรงและมีความแตกต่างกันมากมาย เปรียบเหมือนวิสัยที่จะพึงเห็นได้ด้วยจักษุลักษณะของรูป (วัตถุ) ก็ต่างกันมากมายเช่นกัน

      วิสัยที่จะถึงเห็นได้ด้วยจักษุ เป็นลักษณะของรูปายตนะ แม้จะแตกต่างกันหลายอย่าง มีสีเขียวและสีเหลือง เป็นต้น ก็ไม่ล่วงพ้นการเห็นด้วยตาไปได้  สีลนะที่กล่าวไว้ในลักษณะที่เป็นการรวมหรือควบคุมกายกรรมเป็นต้น และเป็นที่ต้องแห่งกุศลกรรม เป็นลักษณะแห่งศีลอยู่นั่นเอง
หน้าที่ของศีล

การกำจัดความทุศีล หรือคุณ คือความหาโทษมิได้ ชื่อว่าหน้าที่ของศีล เพราะเป็นกิจ และเป็นคุณสมบัติของศีลโดยตรง

เพราะฉะนั้น บัณฑิตพึงทราบว่า ชื่อว่าศีลมีหน้าที่กำจัดความทุศีล อนึ่ง กิจที่ควรทำและคุณสมบัติที่พึงมี เป็นหน้าที่ของศีล

ผลรับและฐานรองรับ

ผู้รู้กล่าวไว้ว่า ศีลนี้มีความสะอาดเป็นผลที่ปรากฏ และมีโอตตัปปะและหิริ เป็นฐานเกิด

ความสะอาด ๓ คือ

      (๑)       ความสะอาดทางกาย

      (๒)       ความสะอาดทางวาจา

      (๓)       ความสะอาดทางใจ

                                                                                                                                (องฺ.ติก.๒๐/๓๕๐)

เป็นผลปรากฏนั้น หมายความว่า ศีลย่อมปรากฏในลักษณะที่เป็นคุณ คือ ความสะอาด ส่วนหิริและโอตตัปปะนั้น กล่าวกันว่าเป็นฐานเกิดแห่งศีล เพราะเมื่อหิริและโอตตัปปะมีอยู่ ศีลจึงเกิดขึ้นและตั้งอยู่ได้ เมื่อหิริและโอตตัปปะไม่มี ศีลก็เกิดไม่ได้ และตั้งอยู่ไม่ได้

อานิสงส์ของศีล

ถามว่า : ศีลมีอานิสงส์อย่างไร

ตอบว่า : ศีลมีอานิสงส์เป็นอเนก มีความไม่เดือดร้อน เป็นต้น

ดังคำว่า ศีลเป็นกุศล มีความไม่เดือดร้อนจิตใจเป็นผล หรือเป็นอานิสงส์” (องฺ.ทสก.๒๔/๑)

บุคคลในโลกนี้เป็นผู้มีศีล หรือถึงพร้อมด้วยศีล ย่อมได้รับกองแห่งโภคะมากมาย เนื่องจากความอุตสาหะเป็นเหตุ

กิตติศัพท์ที่ดีงามของผู้มีศีล หรือผู้ถึงพร้อมด้วยศีล ย่อมฟุ้งขจร

ผู้มีศีลและถึงพร้อมด้วยศีล จะเข้าไปสู่สังคมขัตติยะ พราหมณ์ คฤหบดี หรือสมณะ ย่อมเป็นผู้องอาจ และไม่เคอะเขิน

ผู้มีศีลและถึงพร้อมด้วยศีล เป็นผู้ไม่หลงลืมในเวลาตาย

ผู้มีศีลและถึงพร้อมด้วยศีล หลังจากตายแล้วย่อมเกิดที่สุคติโลกสวรรค์” (ที.มหา.๑๐/๑๐๒)

อานิสงส์ของศีลอื่น ๆ อีก คือ

      (๑)       เป็นที่รักที่ชอบใจของผู้อื่น

      (๒)       ความสิ้นอาสวะ

ดังที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า

หากภิกษุพึงหวังให้ตนเองเป็นที่รักที่ชอบใจ เป็นที่เคารพ หรือเป็นที่ยกย่องจากเพื่อนพรหมจรรย์ทั้ง พึงเป็นผู้กระทำศีลให้บริบูรณ์” (ม.มู.๑๒/๔๘)

เว้นจากศีลเสียแล้ว ไม่มีที่พึ่งอื่นสำหรับผู้บวชในพระศาสนานี้เลยใครจะกำหนดอานิสงส์ของศีลได้ น้ำ คือ ศีลชำระมลทินของสัตว์ในโลกนี้ได้ แม่น้ำใหญ่ทั้งหลาย คือ แม่น้ำคงคา ยมุนา สรภู สรัสวดี แม่น้ำ อจิรวดี หรือมหี ไม่สามารถชำระมลทินในจิตใจได้

ศีลที่รักษาดีแล้ว เป็นอริยศีล มีความเย็นยิ่งนัก ระงับความเร่าร้อนของสัตว์ในโลกนี้ได้ ลมเจือฝนก็ระงับความเร่าร้อนจิตใจไม่ได้ แก่นจันทร์แดง สร้อยคอมมุกดา แก้วมณีรัศมีอ่อน ๆ แห่งจันทร์ก็ระงับไม่ได้ กลิ่นที่เท่าเทียมด้วยกลิ่นศีลที่ฟุ้งไปได้ทั้งตามลมและทวนลม จักมีแต่ที่ไหน

สิ่งที่จะเป็นบันไดขึ้นสู่สวรรค์ หรือเป็นประตูเข้าไปสู่นิพพานที่เสมอด้วย ศีล จักมีแต่ที่ไหน

พระราชาทรงประดับพระองค์ด้วยมุกดาและมณี ก็ยังสว่างงามไม่เท่านักพรตที่ประดับด้วยศีล

ศีลย่อมกำจัดอัตตานุวาทภัยเป็นต้นได้โดยสิ้นเชิง ศีลยังชื่อเสียงและความร่าเริงให้เกิดแก่ผู้ที่มีศีลทุกเวลา

 

(คัดจาก คัมภีร์วิสุทธิมรรค สำหรับประชาชน)

 

ตำรากวีนิพนธ์

ตำรากวีนิพนธ์

วิทยาพระสังฆาธิการ เล่ม ๑

วิทยาพระสังฆาธิการ เล่ม ๑

วิทยาพระสังฆาธิการ เล่ม ๒

วิทยาพระสังฆาธิการ เล่ม ๒

สถิติผู้เยี่ยมชม

002994292
วันนี้
เมื่อวาน
สัปดาห์นี้
สัปดาห์ก่อน
เดือนนี้
เดือนก่อน
ทั้งหมด
1973
2011
6061
14747
53308
68205
2994292

Forecast Today
3048

11.72%
27.82%
3.84%
2.56%
0.03%
54.03%
Online (15 minutes ago):28

Your IP:54.166.141.69

ผู้ออนไลน์อยู่ขณะนี้

มีสาธุชน 218 ท่าน ออนไลน์

วัดโมลีโลกยาราม ราชวรวิหาร

ถ.วังเดิม แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร ๑๐๖๐๐

โทร. ๐-๒๔๗๒-๘๑๔๗ แฟกซ์.๐-๒๔๗๒-๘๑๔๗

------------------------------------------------------

Copyright © 2012, Wat Molilokayaram. All Rights Reserved.