Get Adobe Flash player

อานิสงส์เมตตาจิต

อานิสงส์เมตตาจิต

                ถ้ายังไม่อาจดับจิตร้ายลงได้เช่นนี้ ควรพิจารณาถึงอานิสงส์เมตตาต่อไปอย่างนี้ว่า

                “พระพุทธเจ้า ได้ตรัสรูแล้วมิใช่หรือว่า เมื่อเจโตวิมุติคือเมตตาที่เราปฏิบัติโดยเอื้อเฟื้อ เจริญ ทำให้มาก ทำให้เป็นดุจยาน ทำให้สั่งสม ให้สำเร็จอย่างดีแล้ว ย่อมหวังได้อานิสงส์ ๑๑ ประการ ได้แก่

            (๑) หลับเป็นสุข

            (๒) ตื่นเป็นสุข

            (๓) ไม่ฝันร้าย

            (๔) เป็นที่รักของมนุษย์

            (๕) เป็นที่รักของอมนุษย์

            (๖) เทวดารักษา

            (๗) ไฟ พิษ หรือศาสตราไม่แผ้วพาน

            (๘) จิตตั้งมั่นเร็ว

            (๙) สีหน้าผ่องใส

            (๑๐) ไม่หลงลืมในเวลาจะตาย

            (๑๑) เมื่อยังไม่บรรลุพระอรหันต์ ย่อมเกิดในพรหมโลก”

                ถ้าจิตร้ายังไม่สงบ ก็จักเป็นผู้พลาดจากอานิสงส์เหล่านี้แน่นอน

อธิบายเมตตานิสงส์

                เมื่อพระโยคาวจรเจริญเมตตาเจโตวิมุติตามแนวอัปปนาทางใดทางหนึ่งดังกล่าว ย่อมได้อานิสงส์ ๑๑ ประการดังกล่าว

                ข้อที่ว่า หลับเป็นสุข หมายความว่า ชนทั้งหลายที่ไม่ได้เมตตาเจโตวิมุติหลับพลิกกายไปมาและกรนดัง ดูเป็นทุกข์มาก ผู้ได้เมตตาเจโตวิมุติย่อมหลับสบาย หรือหลับสนิทดุจเข้าสมาบัติ

                ข้อที่ว่า ตื่นเป็นสุข หมายความว่า ชนอื่นตื่นขึ้นและทำเสียงครางบิดกายพลิกไปมา ดูเป็นทุกข์มาก ผู้ได้เมตตาเจโตวิมุติ ย่อมตื่นสบายไม่มีอาการผิดปกติ ดุจปทุมแย้ม

                ข้อที่ว่า ไม่ฝันร้าย หมายความว่า ผู้ได้เมตตาเจโตวิมุติฝันเห็นแต่นิมิตที่ดีงาม เหมือนว่ากำหลังไหว้พระเจดีย์ กำหลังทำการบูชา หรือกำลังฟังธรรม ส่วนชนอื่น ๆ ฝันเห็นตนเหมือนถูกโจรล้อม ถูกฝูงสัตว์ร้ายทำอันตรายหรือกำลังตกเหว

                ข้อที่ว่า เป็นที่รักของมนุษย์ หมายความว่า เป็นที่รักที่พอใจของมนุษย์ทั้งปวง เหมือนสร้อยไข่มุกสวมไว้แนบอก หรือเหมือนพวงดอกไม้ที่ประดับไว้บนศีรษะ

                ข้อที่ว่า เป็นที่รักของอมนุษย์ หมายความว่า ผู้เจริญเมตตาเจโตวิมุตินั้น เป็นที่รักของมนุษย์ เช่นเดียวกับเป็นที่รักของอมนุษย์

                ข้อที่ว่า เทวดารักษา หมายความว่า พวกเทวดาย่อมรักษาผู้มีเมตตาจิต ดุจบิดามารดารักษาบุตร

                ข้อที่ว่า ไฟ พิษ ศาสตราไม่แผ้วพาน คือ ไฟไม่แผ้วพานหรือไม่เข้าร่างกายของอุตตราอุบาสิกา พิษไม่แผ้วพาน หรือไม่เข้าในร่างกายของผู้มีเมตตาจิต ดุจพิษไม่เข้าร่างกายของพระจุฬสิวเถระผู้สวดสังยุตนิกาย ศาสตราไม่แผ้วพาน หรือไม่เข้าไปในร่างกายของผู้มีเมตตาจิต ดุจศาสตราไม่เข้าไปในร่างกายของสังกิจจสามเณร อนึ่ง ไฟ พิษ หรือศาสตราไม่ทำร่างกายผู้มีเมตตาจิตให้กำเริบได้

                ข้อที่ว่า จิตตั้งมั่นเร็ว หมายถึง จิตของผู้มีเมตตาธรรมเป็นสมาธิได้เร็ว ความชักช้าแห่งสมาธิจิตนั้นไม่มีเลย

                ข้อที่ว่า สีหน้าผ่องใส หมายถึง หน้าตาของผู้มีเมตตาธรรม มีสีหน้าผ่องใส ดังหัวตาลสุกที่เพิ่งหลุดจากขั่ว

                ข้อที่ว่า ไม่หลงลืมในเวลาตาย หมายถึง สัมโมหมรณะ การลืมสติก่อนตายไม่มีแก่ผู้มีเมตตาธรรม ท่านเป็นผู้ไม่ลืมสติในเวลาตาย เหมือนกับว่าม่อยหลับไปเท่านั้น

                ข้อที่ว่า เมื่อยังไม่บรรลุธรรมสูงขึ้น หมายความว่า สำหรับผู้มีเมตตาธรรมนั้น เมื่อยังไม่บรรลุพระอรหัต ซึ่งเป็นคุณธรรมยิ่งกว่าเมตตาสมาบัติ ตายจากภพนี้แล้วย่อมไปเกิดที่พรหมโลก เช่นกับหลับแล้วตื่นขึ้นมา

 

(คัดลอกจากหนังสือ คัมภีร์วิสุทธิมรรค สำหรับประชาชน)

 

ตำรากวีนิพนธ์

ตำรากวีนิพนธ์

วิทยาพระสังฆาธิการ เล่ม ๑

วิทยาพระสังฆาธิการ เล่ม ๑

วิทยาพระสังฆาธิการ เล่ม ๒

วิทยาพระสังฆาธิการ เล่ม ๒

สถิติผู้เยี่ยมชม

003105608
วันนี้
เมื่อวาน
สัปดาห์นี้
สัปดาห์ก่อน
เดือนนี้
เดือนก่อน
ทั้งหมด
1281
3422
6573
19777
49365
51896
3105608

11.21%
28.81%
3.74%
2.48%
0.02%
53.73%
Online (15 minutes ago):35

Your IP:54.91.203.233

ผู้ออนไลน์อยู่ขณะนี้

มีสาธุชน 65 ท่าน ออนไลน์

วัดโมลีโลกยาราม ราชวรวิหาร

ถ.วังเดิม แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร ๑๐๖๐๐

โทร. ๐-๒๔๗๒-๘๑๔๗ แฟกซ์.๐-๒๔๗๒-๘๑๔๗

------------------------------------------------------

Copyright © 2012, Wat Molilokayaram. All Rights Reserved.