Get Adobe Flash player

การสมาทานเตจีวริกังคะ

 

(๒) การสมาทานเตจีวริกังคะ

:::

      ภิกษุพึงกล่าวคำสมาทานเตจีวริกังคะด้วยคำว่า

                   (๑) จตุตฺถจีวรํ ปฏิกฺขิปามิ (ข้าพเจ้างดผ้าจีวรผืนที่ ๔) หรือ

                   (๒) เตจีวริกงฺคํ สมาทิยามิ (ข้าพเจ้าสมาทานวัตรแห่งภิกษุผู้ทรงผ้า ๓ ผืนเป็นปกติ)

      วิธีปฏิบัติ

                   พระเตจีวริกะนั้น ได้ผ้สำรับทำจีวรมาแล้ว หากยังไม่อาจจะทำ เพราะไม่สบายเสีย หรือยังไม่ได้กะ รวมทั้งมีเครื่องอุปกรณ์เช่น เข็มเป็นต้น ยังไม่พร้อม พึงเก็บไว้ก่อน โทษเพราะการเก็บไว้นั้นหามีไม่ นับแต่เวลาที่ย้อมแล้วจะเก็บไว้ไม่สมควร ถ้าเก็บไว้ได้ ชื่อว่าเป็นธุดงคโจร นี้เป็นวิธีปฏิบัติเตจีวริกังคะ

 

ประเภทแห่งพระเตจีวริกะ

:::

                   ภิกษุเตจีวริกะมี ๓ จำพวก ในเวลาย้อมผ้านั้น ท่านผู้ถืออย่างสูง พึงย้อมอันตรวาสก หรือ (ผ้าสบง) หรืออุตตรางสงส์ (ผ้าจีวร) ผืนใดผืนหนึ่งก่อน เมื่อผืนที่ย้อมแห้งแล้ว นุ่งผืนนั้นแล้วจึงย้อมอีกผืนหนึ่ง เมื่อจีวรแห้งแล้วพึงห่มจีวรนั้นแล้วจึงย้อมสังฆาฏิ แต่จะนุ่งสังฆาฏิไม่สมควร นี้เป็นข้อปฏิบัติสำหรับวัดใกล้บ้านของภิกษุเตจีวริกะ

                   ส่วนพระอารัญญิกะจะซักย้อม ๒ ผืนในคราวเดียวกันก็ได้ แต่ควรนั่งอยู่ใกล้ ๆ ผ้า พอเห็นว่า ใครมาก็สามารถจะซักผ้าที่ตากอยู่มาคลุมตัวได้ทัน

                   สำหรับผู้ถืออย่างกลาง โดยปกติแล้ว ผ้าสำหรับยืมใช้ในเวลาย้อมผ้ามีอยู่ที่โรงย้อม ภิกษุควรยืมนุ่งหรือห่มผ้าสำหรับยืมใช้แล้ว ทำการย้อมผ้าของตนจนกว่าจะเสร็จ

                   สำหรับผู้ถือเบา จะนุ่งหรือห่มจีวรของภิกษุผู้ชอบพอกันแล้วทำการย้อมผ้าของตนไปจนกว่าจะเสร็จ ผ้าปูนอนที่มีอยู่ในที่พักนั้น ก็ควรหยิบมาใช้ชั่วคราวได้ แต่จะรักษาไว้ใช้ต่อไปก็ไม่ควร และไม่สมควรที่จะยืมใช้จีวรจากภิกษุผู้ชอบพอกันอีกด้วย

                   ภิกษุเตจีวริกะ จะมีผ้าอังสะผืนที่ ๔ เพิ่มขึ้นก็ได้ แต่ผ้าอังสะนั้นต้องกว้างประมาณคืบหนึ่ง และยาวประมาณสองศอก จึงสมควร

 

ความแตกแห่งอานิสงส์แห่งเตจีวริกังคะ

:::

                   ธุดงค์ของภิกษุเตจีวริกะทั้ง ๓ ประเภทนี้ ย่อมแตกหรือหมดสภาพ ในขณะที่เธอยินดีจีวรผืนที่ ๔ นี้เป็นความแตกหรือการหมดสภาพในเตจีวริกะ

                   ภิกษุจีวริกังคะ ได้รับอานิสงส์จากธุดงค์นี้ คือ

                                (๑) เป็นผู้สันโดษด้วยจีวรแต่พอรักษากาย ด้วยความสันโดษนั้นเวลาไปไหนก็ไปได้สะดวก ดุจนกพาเอาแต่ปีกบินไปเท่านั้น

                                (๒) มีกิจที่จะพึงห่วงน้อย

                                (๓) เลิกสะสมผ้า

                                (๔) มีความเบาอกเบาใจดี

                                (๕) ละความอยากได้จีวรมากผืน

                                (๖) ทำความพอใจในผ้าอื่น ๆ ที่เหมาะสม

                                (๗) มีความประพฤติขูดเกลากิเลส     

                                (๘) ธุดงค์มีความมักน้อยเป็นต้น ให้ผลปรากฏแก่ผู้ปฏิบัติ

 

ข้อความสรุป

:::

                   พระโยคาวจรผู้มีปัญญาสัมผัสความสุขที่เกิดแต่ความสันโดษ จึงละความต้องการผ้าที่เหลือเฟือ และเลิกการสะสมผ้า เป็นผู้ทรงแต่ไตรจีวร

                   พระโยคาวจรผู้ประเสริฐ ปรารถนาการเที่ยวไปให้สะดวก พึงยินดีธุดงค์ที่ท่านกำหนดด้วยไตรจีวร ไปไหนมีแต่ไตรจีวร ดุจนกมีแต่ปีกก็บินได้

 

(คัดลอกจากหนังสือ คัมภีร์วิสุทธิมรรค สำหรับประชาชน)

 

              

ตำรากวีนิพนธ์

ตำรากวีนิพนธ์

วิทยาพระสังฆาธิการ เล่ม ๑

วิทยาพระสังฆาธิการ เล่ม ๑

วิทยาพระสังฆาธิการ เล่ม ๒

วิทยาพระสังฆาธิการ เล่ม ๒

สถิติผู้เยี่ยมชม

002679350
วันนี้
เมื่อวาน
สัปดาห์นี้
สัปดาห์ก่อน
เดือนนี้
เดือนก่อน
ทั้งหมด
1282
1722
9409
11807
43071
61466
2679350

Forecast Today
2880

12.85%
25.00%
4.06%
2.78%
0.03%
55.28%
Online (15 minutes ago):66

Your IP:54.156.37.174

ผู้ออนไลน์อยู่ขณะนี้

มีสาธุชน 66 ท่าน ออนไลน์

วัดโมลีโลกยาราม ราชวรวิหาร

ถ.วังเดิม แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร ๑๐๖๐๐

โทร. ๐-๒๔๗๒-๘๑๔๗ แฟกซ์.๐-๒๔๗๒-๘๑๔๗

------------------------------------------------------

Copyright © 2012, Wat Molilokayaram. All Rights Reserved.