Get Adobe Flash player

การสมาทานเอกาสนิกังคะ

(๕) การสมาทานเอกาสนิกังคะ

      ภิกษุเอกาสนิกังคะ ฝึกสมาทานธุดงควัตรดังนี้ว่า

                   (๑) นานาสนโภชนํ ปฏิกฺขิปามิ (ข้าพเจ้างดการฉันที่ต่างอาสนะ) หรือ

                   (๒) เอกาสนนิกงฺคํ สมาทิยามิ (ข้าพเจ้าสมาทานวัตรแห่งภิกษุผู้ฉันที่อาสนะเดียวเป็นปกติ)

 

วิธีปฏิบัติ

      ภิกษุเอกาสนิกะนั้น นั่งในโรงฉัน อย่านั่งที่เถรอาสน์ ถึงกำหนดที่นั่งอันสมควรแก่ตน แล้วจึงนั่ง ถ้ากำลังฉันอยู่นั้น หากอาจารย์หรืออุปัชฌาย์มา ควรลุกขึ้นรับได้

      แต่พระติปกฏกจูฬาภัยเถระกล่าวว่า ไม่ควรลุก ไม่ควรลุก เพราะควรรักษามิให้ธุดงค์แตก ถึงกระนั้นเนื่องจากท่านกำลังฉันอยู่ เมื่อลุกจากที่นั่งแล้ว ก็เป็นอันหมดสภาพ ไม่ควรกลับมาแนอีกต่อไป

     

ประเภทแห่งเอกาสนิกภิกษุ

      เมื่อกล่าวโดยประเภทแล้ว ภิกษุเอกาสนิกะนี้ก็มี ๓ จำพวก คือ

                   (๑) ผู้ถืออย่างสูง อาหารจะน้อยหรือมากก็ตาม หากรับส่วนใดแล้ว จะหมดโอกาสรับส่วนอื่นต่อไป ถ้าชาวบ้านรู้ว่าท่านไม่ได้ฉันอะไรเลย แล้วนำเนยใสเป็นต้นมาถวาย ก็รับไว้ฉันได้เป็นเภสัช ไม่ควรรับเพื่อฉันเป็นอาหาร

                   (๒) ภิกษุผู้ถืออย่างกลาง สามารถรับโภชนะอื่นได้ตราบเท่าที่อาหารในบาตรยังไม่หมด ภิกษุนี้ชื่อว่าผู้มีโภชนะเป็นที่สุด

                   (๓) ภิกษุผู้ถืออย่างเบา ย่อมฉันได้ตราบเท่าที่ยังไม่ลุกจากที่นั่ง ภิกษุนั้นชื่อว่า ผู้มีน้ำเป็นที่สุด เพราะฉันได้ตราบเท่าที่ยังไม่รับน้ำล้างบาตร ชื่อว่า ผู้มีอาสนะเป็นที่สุด เพราะฉันได้ตลอดเวลาที่ยังไม่ลุกไป

     

ความแตกและอานิงสงส์แห่งเอกาสนิกังคะ

      ธุดงค์ของเอกาสนิกะทั้ง ๓ จำพวกนี้ ย่อมแตกสลายหรือหมดสภาพเมื่อไปฉันต่อที่อื่นในวันนั้น

      สำหรับอานิสงส์นั้นมีดังต่อไปนี้ คือ

                   (๑) มีอาพาธน้อย

                   (๒) มีโรคน้อย

                   (๓) ร่างกายคล่องแคล่ว

                   (๔) ร่างกายแข็งแรง

                   (๕) อยู่สำราญ

                   (๖) ไม่ต้องอาบัติเพราะฉันอาหารหลายอย่าง

                   (๗) บรรเทาตัณหาในรสอาหารได้

                   (๘) มีความประพฤติสมควรแก่ธุดงค์ เช่น ความมักน้อย เป็นต้น

 

ข้อสรุป

      โรคทั้งหลายที่มีการกินเป็นเหตุ ย่อมไม่รบกวนนักบวชผู้ยินดีในการฉันเพียงครั้งเดียวต่อวัน ผู้ไม่ละโมบในรสอาหาร จึงไม่ทำให้การปฏิบัติธรรมเสื่อมเสียไป ดังนั้น นักบวชผู้มีจิตหมดจดถึงปลูกฝังความยินดีในการฉันมื้อเดียวต่อวัน ซึ่งเป็นเหตุแห่งการอยู่สำราญ และเป็นวัตรที่ผู้ยินดีการขัดเกลากิเลสประพฤติกันเสมอมา

 

(คัดลอกจากหนังสือ คัมภีร์วิสุทธิมรรค สำหรับประชาชน)

 

ตำรากวีนิพนธ์

ตำรากวีนิพนธ์

วิทยาพระสังฆาธิการ เล่ม ๑

วิทยาพระสังฆาธิการ เล่ม ๑

วิทยาพระสังฆาธิการ เล่ม ๒

วิทยาพระสังฆาธิการ เล่ม ๒

สถิติผู้เยี่ยมชม

003105594
วันนี้
เมื่อวาน
สัปดาห์นี้
สัปดาห์ก่อน
เดือนนี้
เดือนก่อน
ทั้งหมด
1267
3422
6559
19777
49351
51896
3105594

11.21%
28.81%
3.74%
2.48%
0.02%
53.73%
Online (15 minutes ago):28

Your IP:54.91.203.233

ผู้ออนไลน์อยู่ขณะนี้

มีสาธุชน 51 ท่าน ออนไลน์

วัดโมลีโลกยาราม ราชวรวิหาร

ถ.วังเดิม แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร ๑๐๖๐๐

โทร. ๐-๒๔๗๒-๘๑๔๗ แฟกซ์.๐-๒๔๗๒-๘๑๔๗

------------------------------------------------------

Copyright © 2012, Wat Molilokayaram. All Rights Reserved.