Get Adobe Flash player

เรียนบาลีไปทำไม

โดย...พระมหานรินทร์ วรเมธี ป.ธ.๙

 

           ในสมัยพุทธกาลเมื่อประมาณ ๒,๕๐๐ กว่าปีมาแล้ว เมื่อครั้งที่เจ้าชายสิทธัตถะราชกุมารเสด็จออกผนวช และได้ตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณตามลำดับนั้น เมื่อพระพุทธองค์ทรงพระมหากรุณาอย่างหาประมาณมิได้ที่จะให้เหล่าเวไนยสัตว์รู้ตาม จึงทรงตัดสินพระทัยที่จะแสดงธรรมโปรดเหล่าเวไนยสัตว์ทั้งหลาย  พระองค์ทรงใช้ภาษาของชาวแคว้นมคธซึ่งเป็นแคว้นที่เจริญรุ่งเรืองมากในสมัยนั้นเป็นภาษาในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา เมื่อเป็นเช่นนี้ ภาษามคธ จึงได้รับเกียรติ และได้รับการยกย่องว่าเป็น “สัมพุทธโวหารภาสา” (ภาษาอันเป็นโวหารของพระพุทธเจ้า) “อริยโวหารภาสา” (ภาษาอันเป็นโวหารของพระอริยะ) “ยถาภุจจพรหมโวหารภาสา” (ภาษาบันทึกสภาวธรรม) นอกจากนี้ยังมีคำเรียกเป็นเชิงยกย่องอีกคำหนึ่งคือ “ปาฬิภาสา” (ภาษาบาลี) ซึ่งเป็นคำที่นักปราชญ์นิยมใช้กันมากในยุคต่อมา

           ดังนั้น คณะสงฆ์ไทยเราจึงได้จัดให้มีการเรียนการสอนภาษาบาลี เพื่อให้พระภิกษุ-สามเณรมีความรู้ความเข้าใจในหลักธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  และจักได้ใช้ความรู้ความเข้าใจในภาษาบาลีนั้นไปเผยแผ่ประกาศศาสนาให้แก่ประชาชนชาวโลกเหล่าอื่นที่สนใจใคร่จะรู้   ให้ได้เรียนรู้และเข้าใจในภาษาหลักธรรมที่พระพุทธองค์ทรงสั่งสอน จะได้ไม่เป็นไปเพื่อความเข้าใจผิดอันจะเป็นทางที่จะทำให้หลักธรรมคำสั่งสอนนั้นวิปริตผิดไป

           แต่การศึกษาภาษาบาลีในสมัยปัจจุบันนั้น ยังไม่ได้รับความนิยมจากพระภิกษุ-สามเณรเท่าที่ควร เพราะต่างก็ให้ความเห็นว่า “ภาษาบาลีนั้นเรียนยากต้องใช้ความอดทนและวิริยุตสาหะอย่างมากในการท่องบ่นสาธยายเนื้อหาตำรา”  และบางรูปก็ยังให้ความเห็นว่า “เรียนบาลีไปทำไม เรียนไปก็ไม่เกิดประโยชน์อะไร เป็นภาษาที่เขาไม่ใช้แล้ว” เหล่านี้เป็นต้น  หรือบางครั้งในต่างจังหวัดมีพระภิกษุ-สามเณรอยากเรียนบาลีอยู่ แต่ไม่มีที่เรียนหรือไม่มีครูอาจารย์ที่จะพอสอนได้ สาเหตุเหล่านี้ทำให้การศึกษาบาลีไม่ได้รับความนิยมแพร่หลาย

           ข้าพเจ้า ในฐานะที่เป็นนักเรียนและเป็นครูสอนภาษาบาลีของสำนักเรียนวัดโมลีโลกยาราม  จึงพยายามให้กำลังใจพระภิกษุ-สามเณรอยู่เสมอๆว่า  ขอให้ตั้งใจเรียนบาลีไปเถอะ ภาษาบาลีนั้นเปรียบเสมือนภาษาของพระพุทธเจ้าโดยตรง หากว่าเราเป็นพระภิกษุ-สามเณรไม่พากันเรียนบาลีแล้ว จะให้ใครมาเรียน และอย่าถามว่า เรียนบาลีไปทำไม ควรที่จะถามใจตัวเราเองดีกว่า ว่าเมื่อบวชเข้ามาแล้วทำไมไม่เรียนบาลี  เรียนบาลีแล้วใช่ว่าจะไม่เกิดประโยชน์อันใด คนที่คิดว่าเรียนไปแล้วก็ไร้ค่า แบบนั้นเป็นคนที่มองโลกในทางลบ เป็นคนที่ไม่มีความคิดเอาเสียเลย เพราะแท้ที่จริงแล้วการศึกษาทุกๆอย่างล้วนมีประโยชน์ทั้งแก่ผู้ศึกษาเองและแก่ผู้อื่น  อยู่ที่เราจะนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์หรือเปล่า  หากว่า ไม่มีการเรียนการสอนภาษาบาลีแล้ว เมื่อเราไปเจอพระพุทธพจน์บทบาลีเข้า  เราก็ไม่เข้าใจความหมาย ไม่เขาใจข้ออรรถข้อธรรมนั้นๆ จะแปลอย่างไรได้ ก็เพราะว่าตนเองนั้นไม่ได้เรียนบาลี  ดังนั้น เมื่อเรียนแล้วมีความรู้ความเข้าใจ ก็ย่อมสามารถที่จะแปลความหมายและอธิบายขยายความเพื่อให้เกิดความเข้าใจทั้งแก่ตนเองและผู้อื่นอีกด้วย  เมื่อพระภิกษุ-สามเณรมีความฉลาดสามารถองอาจในพระปริยัติแล้ว การประกาศศาสนาก็ย่อมสามารถที่จะกระทำได้อย่างแกล้วกล้าไม่เก้อเขิน และยังช่วยจรรโลงรักษาไว้ซึ่งพระพุทธพจน์แก่อนุชนรุ่นหลังได้ศึกษาและปฏิบัติตาม.

ตำรากวีนิพนธ์

ตำรากวีนิพนธ์

วิทยาพระสังฆาธิการ เล่ม ๑

วิทยาพระสังฆาธิการ เล่ม ๑

วิทยาพระสังฆาธิการ เล่ม ๒

วิทยาพระสังฆาธิการ เล่ม ๒

สถิติผู้เยี่ยมชม

002503330
วันนี้
เมื่อวาน
สัปดาห์นี้
สัปดาห์ก่อน
เดือนนี้
เดือนก่อน
ทั้งหมด
1303
2736
7718
15576
52111
55368
2503330

Forecast Today
5232

13.56%
23.94%
4.28%
2.78%
0.02%
55.42%
Online (15 minutes ago):67

Your IP:54.226.179.247

ผู้ออนไลน์อยู่ขณะนี้

มีสาธุชน 70 ท่าน ออนไลน์

วัดโมลีโลกยาราม ราชวรวิหาร

ถ.วังเดิม แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร ๑๐๖๐๐

โทร. ๐-๒๔๗๒-๘๑๔๗ แฟกซ์.๐-๒๔๗๒-๘๑๔๗

------------------------------------------------------

Copyright © 2012, Wat Molilokayaram. All Rights Reserved.