Get Adobe Flash player

พระธรรมเจดีย์ (อยู่ ป.ธ.๔)

(๒๐ ปี, พ.ศ.๒๔๑๐ - พ.ศ.๒๔๒๙)

 

          ท่านเกิดในสมัยรัชกาลที่ ๒ เมื่อปีกุน จุลศักราช ๑๑๗๗ ตรงกับพุทธศักราช ๒๓๕๘ ชาติภูมิเป็นชาวเมืองแกลง จังหวัดระยอง อุปสมบทใน สมัยรัชกาลที่ ๓ ได้เข้ามาศึกษาพระปริยัติธรรมในพระนคร ในสำนักสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ฉิม) วัดโมลีโลกย์ และได้เข้าแปลพระปริยัติธรรมได้เปรียญ ๔ ประโยค เป็นพระเถระที่เก่งภาษาบาลีมากจน เป็นที่โปรดปรานของพระเจ้าอยู่หัว เป็นศิษย์เอกของเจ้าประคุณสมเด็จรูปหนึ่ง

          ได้ยินว่า เมื่อตอนปลายรัชกาลที่ ๓ พระเปรียญที่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ ทรงโปรดมากมี ๔ รูป ด้วยกัน ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นลูกศิษย์ของเจ้าประคุณสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ฉิม) เรียกนามเป็นคำคล้องจองกันว่า “ชา ชู อยู่ เย็น”

          พระมหาชา เป็นเปรียญ ๘ ประโยค อยู่วัดมหาธาตุ ลาสิกขาออกมารับราชการ ในรัชกาลที่ ๔ ได้เป็นนายหัสบำเรอหุ้มแพร ถึงรัชกาลที่ ๕ ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์ เป็น หลวงศรีสังขกร พระพิพากษานานาประเทศกิจ พระยาจ่าแสนบดี และพระยาพฤฒาธิบดีในกระทรวงมหาดไทยตามลำดับ

          พระมหาชู เป็นเปรียญ ๘ ประโยค อยู่วัดโมลีโลกย์ ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะที่ “พระนิกรมมุนี” แล้วไปอยู่วัดนาคกลาง ลาสิกขาออกมารับราชการในสมัยรัชกาลที่ ๔ ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นหลวงราชาภิรมย์สังกัดกรมราชบัณฑิต ชำนาญเทศน์มหาชาติมากหาผู้เสมอมิได้ โปรดให้เป็นพระอาจารย์ฝึกหัดพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวถวายเทศน์มหาชาติเมื่อทรงผนวชเป็นสามเณร ต่อมา ก็ได้ฝึกหัดพระเจ้าลูกยาเธอในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวอีกหลายพระองค์ ในรัชกาลที่ ๕ โปรดพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น หลวงอัธยา สังกัดกรมลูกขุน ณ ศาลหลวง แล้วได้เลื่อนเป็นพระราชครูพิราม

          พระมหาเย็น เป็นเปรียญ ๘ ประโยค อยู่วัดมหาธาตุ ลาสิกขาในสมัยรัชกาลที่ ๔ ดั้บรัชกาลจางวางในสมเด็จกรมพระยาเทววงศ์วโรปการ ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๔ ถึงรัชกาลที่ ๕ สมัยรัชกาลที่ ๕ โปรดพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นหลวงอัธยา แล้วได้เลื่อนเป็นหลวงเทพราชธาดา สังกัดกรมลูกขุน ณ ศาลหลวง

        พระมหาอยู่  เมื่อรัชกาลที่ ๔ โปรดพระราชทานสถาปนาพระพุทธโฆษาจารย์ (ฉิม) ป.๙ ขึ้น เป็นสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ และโปรดให้ไปครองวัดมหาธาตุ ก็ติดตามไปอยู่ด้วยจนเจ้าประคุณสมเด็จมรณภาพแล้ว จึงกลับมาอยู่วัดโมลีโลกย์ ต่อมาได้รับพระราชทานตั้งสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะที่ “พระอมรเมธาจารย์” เมื่อปีฉลู พ.ศ.๒๔๐๘ และโปรดให้ไปครองวัดนาคกลาง ต่อมา ถึงปีเถาะ พ.ศ. ๒๔๑๐ เจ้าอาวาสวัดโมลีโลกย์ว่างลง (พระธรรมไตรโลก (รอด) มรณภาพ) จึงโปรดให้กลับไปครองวัดโมลีโลกย์ ถึงรัชกาลที่ ๕ ทรงตั้งเป็นพระราชาคณะผู้ใหญ่ที่ “พระเทพมุนี” เมื่อปีเถาะ พ.ศ. ๒๔๒๒ แล้วโปรดให้เลื่อนเป็น “พระธรรมเจดีย์” เมื่อปีมะเส็ง พ.ศ. ๒๔๒๔ ถึงมรณภาพในรัชกาลที่ ๕ เมื่อวันอังคาร เดือนหก ขึ้น ๒ ค่ำ ปีจอ อัฎศก เวลาบ่ายสองโมงเศษ พ.ศ.๒๔๒๙ สิริรวมอายุ ๗๒ ปี

 

ตำรากวีนิพนธ์

ตำรากวีนิพนธ์

วิทยาพระสังฆาธิการ เล่ม ๑

วิทยาพระสังฆาธิการ เล่ม ๑

วิทยาพระสังฆาธิการ เล่ม ๒

วิทยาพระสังฆาธิการ เล่ม ๒

สถิติผู้เยี่ยมชม

002216309
วันนี้
เมื่อวาน
สัปดาห์นี้
สัปดาห์ก่อน
เดือนนี้
เดือนก่อน
ทั้งหมด
1185
3009
10381
21357
50902
51230
2216309

Forecast Today
10968

13.74%
22.60%
3.79%
3.19%
0.02%
56.65%
Online (15 minutes ago):318

Your IP:54.225.54.120

ผู้ออนไลน์อยู่ขณะนี้

มีสาธุชน 321 ท่าน ออนไลน์

วัดโมลีโลกยาราม ราชวรวิหาร

ถ.วังเดิม แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร ๑๐๖๐๐

โทร. ๐-๒๔๗๒-๘๑๔๗ แฟกซ์.๐-๒๔๗๒-๘๑๔๗

------------------------------------------------------

Copyright © 2012, Wat Molilokayaram. All Rights Reserved.